วัดเจดีย์ซาวหลัง

วัดเจดีย์ซาวหลัง ลำปาง วัดเจดีย์ซาวหลังตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง บนถนนลำปาง-แจ้ห่ม เป็นวัดที่งดงามแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ซาวเป็น ภาษาเหนือ หมายถึง 20 หลัง เป็นภาษาเหนือเช่นกันหมายถึงองค์ เมื่อรวมกันเป็นวัดเจดีย์ซาวหลัง จึงหมายถึง วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางสร้างแต่โบราณ ทรงคุณค่าทั้งทาง ด้านประวัติ ศาสตร์และโบราณวัตถุ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างมานานกว่าพันปี เจดีย์แต่ละองค์เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเจดีย์พม่าขนาดเล็ก มีสีทองเป็นประกาย ตั้งอยู่บนฐานเหลี่ยม ยอดเจดีย์ตกแต่งประดับด้วยฉัตรอย่างสวยงาม มีความเชื่อกันว่าภายใน แต่ละเจดีย์มี พระเกศาธาตุบรรจุอยู่ นอกจากองค์พระธาตุเจดีย์ซาวแล้วสิ่งที่น่าชมภายในวัดคือ ศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหาร หลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า พระเจ้าทันใจ พระอุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดลำปาง

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ โดยสันนิษฐาน ว่ามีผู้คน อยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้มาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 1000 เนื่องจากมีการค้นพบกลองมโหระทึกทำด้วย ทองสัมฤทธิ์ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองฯ ซึ่งเป็นโลหะชนิดที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์หรือยุคโลหะตอนต้น อันเป็น ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง อุตรดิตถ์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานอันลึกลับของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวานหอม และเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จ พระเจ้าตากสิน มหาราช ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเมืองอุตรดิตถ์ในปัจจุบันนี้เป็นเพียงตำบลชื่อ “บางโพธิ์ท่าอิฐ” ที่ขึ้นอยู่กับเมืองพิชัย แต่เนื่องจากในสมัยนั้น เมื่อพ่อค้าจะนำสินค้าจากเมืองหลวงพระบาง น่าน หรือเมืองทางเหนืออื่นๆ ไปขายทางใต้ เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ อยุธยา กรุงเทพฯ หรือจะนำสินค้าจากทางใต้ ขึ้นเหนือ ก็ต้องแวะพักกันตามท่าน้ำจอดเรือของบางโพธิ์ท่าอิฐ

สะพานซูตองเป้

สะพานซูตองเป้ สะพานซูตองเป้ ตั้งอยู่ที่บ้านกุงไม้สัก อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร เป็นสะพานไม้ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง  ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ หรือบางคนก็บอกว่าแปลว่า ความสำเร็จ  ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความ ความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานซูตองเป้  เป็นสะพานที่เกิดจาก ความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านกุงไม้สักที่ต่างก็ช่วยกันลงแรงสานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ทอดยาว ไปบนที่นาของเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวาย  โดยสร้างเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะและหมู่บ้านกุงไม้สัก ข้ามผ่านทุ่งนา และแม่น้ำสายเล็กๆ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้ใช้สัญจรไป มาระหว่างหมู่บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยความสวยงามคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์ของสะพานกับที่พาดผ่าทุ่งนา ที่โอบล้อมด้วยหุบเขาและสายหมอกคลอเคล้าแสงอาทิตย์ ในยามเช้า  รวมถึงภาพนักท่องเที่ยวที่เฝ้ารอใส่บาตร เป็นภาพเสน่ห์ในยามเช้าที่หลายคนต่างหลงไหลที่อยากจะมาเยือนสะพานไม้ แห่งศรัทธานี้ซักครั้งหนึ่ง 

พระธาตุดอยกองมู

วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 3 ก.ม.เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยกองมูเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน และสวยงามมากวัดนี้มี งานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับสหภาพพม่า ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกสุดของ ภาคเหนือ โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 924 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 12,681.259 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันแบ่ง การปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ อำเภอเมือง แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และ ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่า เมืองสามหมอก เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขา สลับซับซ้อน ทอดขนานไป กับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ดังนั้น จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ สวยงาม ตามธรรมชาติ ของเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์จนมีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็น สวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย ประวัติและความเป็นมา

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง พระธาตุอินทร์แขวนจำลองตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาโพธิวงศาจริยาราม พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 อ.เมือง จ.แพร่ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีจอนอกจากจะได้สักการบูชา พระธาตุอินทร์แขวนจำลองแล้ว ยังจะได้สัมผัสองค์พระผุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และวัดนี้ ยังตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของประเทศไทย มาไหว้พระขอพรแล้ว ยัง จะได้สูดอากาศชั้นดี ช่วยชาร์จพลังชีวิต ภายใน พุทธอุทยานมีเดินทางขึ้นไปนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ประมาณ 200 เมตร เป็นขั้นบันไดและบางช่วงเป็นทางซีเมนต์ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ได้แก่  พระพุทธชยันตรีมหัศจรรย์  รอยพระพุทธบาท ถ้ำศิลาบรรณคูหา ซึ่งมีร่องรอยของสมบัติ ของคนโบราณ พระพุทธรูป

ถ้ำผานางคอย

ถ้ำผานางคอย ถ้ำผานางคอย ตั้งอยู่ในอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่  เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาหินปูน ที่ตั้งตระหง่านกลางป่า ปกคลุมด้วยแมกไม้น้อย ใหญ่ อดีตเมื่อผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์ ละแวกนี้เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะกวางป่า เป็นที่มาของชื่ออำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร แต่เมื่อพื้นที่ถูกแปรเป็นพื้นที่การเกษตร สัตว์ก็ค่อยๆ หายไป เหลือเพียงภูเขาหินปูน ถ้ำและหินงอกหินย้อยสวยวิจิตร อลังการ เป็นประติมากรรมที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง  เมื่อร้อยเรียงเข้ากับตำนานพื้นบ้านบอกเล่าถึงที่มาของเสาหิน รูปทรงผู้หญิงกำลัง อุ้มลูกน้อยเพื่อรอคอยการกลับมาของชายอันเป็นที่รักนั้น ซึ่งได้กลายเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำผานางคอย” ยิ่งทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วย ความน่าสนใจ ตัวถ้ำอยู่บนหน้าผาสูง 50 เมตร  เป็นอุโมงค์ลึกยาว 150 เมตร กว้าง 10 เมตร  ลักษณะของถ้ำโค้งงอเป็นข้อศอกไปทางซ้าย  และทางขวาเป็น 3 ตอนด้วยกัน

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดแพร่

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่ ตั้งอยู่ในภาคเหนือ เชื่อกันว่าเป็นนครแห่งวรรณกรรมอมตะลิลิตพระลอที่รู้จักกันทั่วไป แพร่เริ่มเป็นเมืองมาตั้งแต่ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 หลังจากตั้งเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานีแล้ว ตามศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงกล่าวว่า แพร่เคยเป็น เมืองหนึ่งในอาณาจักรสุโขทัย เรียกชื่อว่า เมืองแพล ในสมัยที่ขอมมีอำนาจในเขตลานนาไทย ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเวียงโกศัย ซึ่งแปลว่าผ้าแพร แล้วมาเปลี่ยนเป็นเมืองแพร่ในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน จังหวัดแพร่ มีพื้นที่ 6,538.598 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำยมไหลผ่าน ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศ มีที่ราบใน หุบเขาอยู่ตอนกลางของจังหวัด แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น อำเภอเด่นชัย อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสอง อำเภอร้องกวาง และกิ่งอำเภอหนองม่วงไข่

เขาตะเคียนโง๊ะ

เขาตะเคียนโง๊ะ  ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ  ที่สามารถ สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ  360  องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ  รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่าง การมาชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  ควรมาแต่เช้าตรู่ประมาณในช่วงเวลา   5.30-7.00 น. เพื่อมาเฝ้ารอแสงอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ พ้นออกมาจากขอบฟ้า ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะได้เห็นแสงสีหลากหลายทั้ง ม่วง ชมพู ส้ม ผสมกัน  รวมทั้งแสงไฟจากบ้านเรือนและที่พักบนเขาค้อ ที่อยู่ข้างล่าง  ส่วนฤดูไหนจะสามารถเห็นทะเลหมอกและแสงสีสวยที่เขาจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  ได้ง่ายที่สุด จากที่เคยเดินทางมาที่นี่หลายครั้งทั้งฤดูฝน และในช่วงหนาว คิดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวตั้งแต่ปลายต.ค. – เดือนพ.ย. มีหมอกแลแสงสวยๆมาให้เห็นเกือบทุกวัน  เพราะในเดือนนี้ยังมีความชื้นจากหน้าฝนสะสมอยู่ และเป็นช่วงเวลาที่ฝนเริ่มน้อยลง อากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้ได้ทั้งทะเลหมอกและแสงสีที่สวยงามซึ่งเป็นความลงตัวที่สุดอีกอย่างหนึ่ง  ส่วนในฤดูอื่นๆ

ทุ่งกังหันลม

ทุ่งกังหันลม  อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดแห่งเขาค้อที่สวยงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเพชรดำ จังหวัดเพชรบูรณ์   เมื่อเข้ามาในบริเวณแคมป์สนเพื่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวหลักบนเขาค้อ จะสามารถมองเห็นกำหันลมโดดเด่นได้อย่างง่ายได้  เนื่องจากจุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร ตระหง่านบนที่ราบยอดเขาเนื้อที่ 350 ไร่  จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล การเดินทางมายังทุ่งกังหันลมใช้ทางเดียวกับหมู่บ้านเพชรดำ จากถนนสายหลัก 2196 หากมาจากแคมป์สนเลยแยกทุ่งสมอไป 3 กม. จะมีป้ายหมู่บ้านเพชรดำและป้ายบอกทางไปทุ่งกังหันลม  ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กม.ก็จะถึงทุ่งกังหันลม  หรืออาจจะใช้การนำทางจาก  google maps  ก็สะดวกมากนำทางไปถึงเช่นกัน  ถนนลาดยางตลอดเส้นทาง ค่อนข้างสะดวก  แต่อาจมีความโค้งชันในบางช่วงแต่ไม่มากนัก   ก่อนถึงทุ่งกังหันลมจะได้พบเจอกับวิวระหว่างทางที่สวยงามมอง มองเห็นทุ่งกันหันลมอยู่ไม่ไกล เมื่อมาถึงให้จอดรถไว้ที่มีลานจอดรถด้านหน้า  เพราะไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไป โดยเสียค่าจอดรถคันละ 20 บาท จากนั้นเดินไปตรงบริเวณทางเข้าทุ่งกังหันลม